หนังสือพิมพ์ Nation
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551
นักชีววิทยามีทฤษฏีที่ว่า มนุษย์เรามี DNA 99% ที่เหมือนกับลิงชิมแปนซี แต่ในความเป็นจริงแล้ว
ความคล้ายคลึงกันที่ว่านี้กลับไ ม่ได้ทำให้คนเราสามารถกระโดดจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปสู่อีกต้น เหมือนอย่างที่ลิงทำได้
และเช่นเดียวกัน ถ้าหากคนเรามัวแต่หลงเที่ยวเล่นสนุกสนานเหมือนพวกลิงแบบนั้น ความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติก็คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้
จึงนับได้ว่าเป็นความโชคดีที่ตอนนี้มนุษย์เรา จะได้มีโอกาสหวนกลับไปหาลักษณะธรรมชาติของเผ่าพันธุ์ โดยไม่ต้องกังวลว่าความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์จะต้องล่าช้าลงไปอีกแล้ว
เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ในแถบอเมริกาตอนกลางได้พัฒนาระบบสายเคเบิ้ลและรอกไว้ รองรับการโหนตัวผ่านเหนือยอดป่าดิบชื้น ไปในเขตที่ไม่สามารถเข้าถึงด้วยเดินทางพื้นราบได้ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นได้เฝ้าสังเกต และวิจัยวิถีชีวิตของสัตว์ป่าต่างๆ จากบนยอดไม้สูง
และเมื่อกิจกรรมดังกล่าวสนุกสนานและน่าสนใจเกิ นกว่าที่จะจำกัดไว้เพียงในแวดวงนักวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นี้ก็จึงถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ไ ม่มีให้เห็นมากนักในแถบเอเชีย แต่ก็มีบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศลาวที่ชื่อว่า The Gibbon Experience ที่ได้ก่อตั้งขึ้นแล้วเมื่อสองปีก่อน หากตำแหน่งที่ตั้งที่อยู่ห่างไกลในตอนเหนือของประเทศ ก็ยังคงยากต่อการเข้าถึงสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป
ในขณะเดียวกัน ท่ามกลางผืนป่าอุดมสมบูรณ์ในเขตภาคเหนือของประเทศไทย ที่เข้าถึงได้โดยง่าย สะดวกสบาย และมีชื่อเสียงมาช้านานด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัย จังหวัดเชียงใหม่ได้ริเริ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยเหนือยอดป่าอันน่าตื่นเต้น ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายกว่า ค่าใช้จ่ายที่ย่อมเยา
และใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่แค่เพียง 45 นาที บริษัท Tree Top Asia ได้เปิดทำการขึ้นแล้วในอำเภอแม่กำปอง เพื่อให้บริการการท่องเที่ยวผจญภัยผ่านเหนือยอดป่าไม้เก่าแก่ของเชียงใหม่ ทั้งยังมีการจัดเตรียมที่พักแบบ homestay ในราคาย่อมเยา และกิจกรรมการเดินป่าที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ ไว้คอยบริการให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจอีกด้วย
ถึงแม้ บริษัท Tree Top Asia จะตั้งชื่อ การผจญภัยนี้ว่า Flight of the Gibbon (gibbon หมายถึง ชะนี) แต่ในป่าแห่งนี้ก็ไม่ได้มีชะนีจริงๆแต่อย่างใด ทางบริษัทได้เลือกใช้ชื่อนี้ ก็เนื่องจาก ชะนี มีลักษณะพิเศษในการโหนตัวผ่านกิ่งไม้ จากกิ่งหนึ่งสู่อีกกิ่งหนึ่งได้อย่างคล่องแคล่ว และก็เป็นเพราะเจ้าของบริษัทดังกล่าว เป็นผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ชะนี โดยร่วมบริจาค 10% ของกำไรจากผลประกอบการ ให้แก่ศูนย์อนุรักษ์ชะนีในประเทศไทยอีกด้วย
การผจญภัยนี้ง่ายกว่าที่คุณคิดเสียอีก เพียงคุณใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับการโหนสลิงเสร็จ คนนำทัวร์ที่ชื่อไบรอัน จาก ซาคราเมนโต ก็ได้บอกวิธีและเส้นทางกิจกรรมให้กับเราทั้งหกคน และก่อนที่จะทันได้กู่ร้องแบบทาร์ซาน เราก็พบว่าตัวเองได้โหนข้ามมาถึงชานชาลาสถานีถัดไป บนต้นไม้ใหญ่อีกต้นหนึ่งแล้ว
หากอยากทำให้สลิงไหลช้าลงนั้น เราได้ถูกสอนมาว่าให้ใช้มุมของไม้ไผ่ดึงสายเคเบิลเหนือเราลงมา ก่อนที่เราจะเคลื่อนเข้าใกล้ และทิ้งตัวลงอย่างปลอดภัยบนชานชาลา
สำหรับนักผจญภัยมือใหม่ หากคุณใช้ไม้ไผ่ดึงสายเคเบิลแรงจนเกินไป ก็อาจทำให้คุณไปไม่ถึงชานชาลานั้นเลยก็ได้ แต่ก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลอยู่ก็จะช่วยนำคุณเข้ามาอย่างปลอดภัยเอง
ในระหว่างที่เราโหนสลิงไปตามเส้นทางตลอดทั้ง 15 สถานีราวกับว่าเรากำลังปีนป่ายไปบนต้นไม้ที่อยู่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ และช่วงที่น่าระทึกใจที่สุดก็คือ ตอนที่เราต้องโรยตัวลงจากต้นไม้สูงใหญ่ด้วยเชือก และโหนผ่านหุบเขาลึกและลำธาร ราวกับได้ปลดปล่อยตัวเองให้ล่องลอยไปสู่โลกของหมู่แมกไม้นานาพันธุ์ ท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยสดงดงามอย่างคุณไม่เคยได้สัมผัสจากที่ใดมาก่อน
เมื่อสิ้นเสียงเจ้าหน้าที่ที่ให้คำแนะนำกิจกรรม และหลังจากที่คุณได้เริ่มโหนสลิงออกไป สิ่งเดียวที่อยู่รายล้อมรอบตัวคุณอยู่ในขณะนั้นก็คือธรรมชาติแสนบริสุทธิ์ ความตื่นเต้นในการโหนตัวจากฐานสู่ฐานที่ทำให้อะดรีนาลินในร่างกายพุ่งพล่าน ในขณะที่ได้ดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติภายในป่าจากเบื้องบน
ในช่วงสองถึงสามสถานีสุดท้าย เป็นช่วงที่น่าประทับใจที่สุด มีการเดินข้ามสะพานไม้กลางป่าที่โอนเอียงไปมา อีกทั้งยังมีช่วงที่ต้องโหนสลิงเป็นระยะทางยาวเรื่อยมาจนถึงชานชาลาสถานีบนต้นไม้ที่ สูงที่สุด แล้วจึงไต่เชือกกลับลงมาในตอนท้าย
ในขณะที่ทุกคนถอดหมวกนิรภัยและอุปกรณือื่นๆอยู่นั้น ต่างคนก็ต่างพากันหัวเราะอย่างมีความสุข หรือบางทีอาจจะรู้สึกหดหู่กันไปบ้าง เนื่องจากเราต้องกลับจากจุดที่สูงที่สุดลงมาสู่พื้นดินอีกครั้ง
บริษัท The Gibbon Experience ในประเทศลาว ยังมีการจัดเตรียมที่พักแบบบ้านต้นไม้ไว้บริการ เพื่อนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสโหนสลิงเที่ยวชมป่าตามความชอบใจได้ตลอดเวลาอีกด้วย
นอกจากที่การผจญภัยในป่าแล้ว จุดที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือการที่ได้สัมผัสกับหมู่บ้านเล็กๆ อย่างหมู่บ้านแม่กำปอง โอกาสหน้าผมคิดว่าจะพักในหมู่บ้านสักสองสามวัน ก่อนที่สถานที่แห่งนี้จะเป็นที่รู้จักแพร่หลาย และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาก จนตามมาด้วยปางช้างและโรงแรมห้าดาวในที่สุด
นอกจากนี้ เป็นที่รู้กันดีว่าการลอกเลียนแบบในไทยเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้านี้ อาจพบว่าการผจญภัยเหนือยอดป่าในลักษณะนี้มีอยู่ทั่วไปในประเทศ แต่ ณ ตอนนี้ Flight of the Gibbon ถือเป็นหนึ่งเดียวในการผจญภัยเหนือยอดป่าของไทย ซึ่งเมื่อคุณได้มาสัมผัสการผจญภัยของที่นี่แล้ว จะเป็นที่จดจำและกล่าวขานกันไปจนไม่รู้ลืมเลยทีเดียว
โดย โอลิเวอร์ เบนจามิน
.บทความพิเศษ จากหนังสือพิมพ์ The Nation เชียงใหม่
~~~~~~~~~~~~
หนังสือพิมพ์ Bangkok Post
14 มีนาคม 2551
บริษัทส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ Treetop Adventure เสนอการผจญภัยเหินเวหาผ่านป่าดิบชื้นอันน่าตื่นเต้นของจังหวัดเชียงใหม่ โดยคุณจะได้เพลิดเพลินไปกับการชมทิวทัศน์ธรรมชาติโดยใช้อุปกรณ์หลากหลายที่ สร้างขึ้นมาอย่างชาญฉลาดไม่ว่าจะเป็นบ้านบนต้นไม้ ฐานยึด สายสลิงหรือสะพานลอยฟ้าที่ครอบคลุมระยะทางกว่า 2 กิโลเมตรนอกจากนี้คุณยังจะได้ชมทัศนียภาพจากจุดชมวิว ที่ตั้งอยู่เหนือป่าขึ้นไป ซึ่งครั้งหนึ่งจะมีเพียงนักสังเกตการณ์เท่านั้นที่จะได้ชม
การผจญภัยเหินเวหานี้ถูกเรียกว่า The Flight of the Gibbon เพราะคล้ายกับการที่ชะนีป่าเคลื่อนตัวจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งในป่า กิจกรรมนี้เป็นการผจญภัย 1 วัน ที่ประกอบไปด้วยการโหนสลิงและข้ามสะพานลอยฟ้าเป็นระยะเวลา 2 ชั่วโมง การเดินป่าในเขตน้ำตกแม่กำปอง 1 ชั่วโมง และ การพักรับประทานอาหารกลางวัน พร้อมทั้งเยี่ยมชมเขตหมู่บ้าน อีกประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ควรเผื่อเวลาในการเดินทางทั้งขาไป และ ขากลับ เที่ยวละ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง
การทัวร์ตามยอดไม้ของป่านี้ มีแหล่งกำเนิดมาจาก ป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในประเทศ คอสตาริกา ที่ซึ่งบรรดาเหล่านักชีววิทยาที่รักการผจญภัย ได้คิดค้นระบบสายเคเบิ้ล หรือ สายสลิง และ ชานชาลาสถานีที่ช่วยให้พวกเขาได้สามารถทำการศึกษาระบบนิเวศน์วิทยาที่แต่เดิมเป็น
เขตที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ซึ่งต่อมาวิธีการนี้ก็ได้ถูกนำมาปรับใช้ในกิจกรรมของก ารท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่ไม่เพียงแต่ให้คนสามารถเข้ามาเที่ยวชมและสัมผัสกับบร รยากาศเหนือป่าดิบชื้นเท่านั้นหากยังเป็นการเตือนให้คนที่มาเยี่ยมชมรับรู้ถึงคว ามสวยงามของป่าดิบชื้นที่กำลังตกอยู่ในอันตราย
การทัวร์ในเชียงใหม่นี้ ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ง่ายต่อการที่นักท่องเที่ยวและผู้เยี่ยมชมจะสามา รถค่อยๆเคลื่อนตัวด้วยการโหนสลิงไปเพื่อให้ได้เห็นถึงทัศนียภาพอันงดงาม และหยุดพักกลางทางและนั่งแบ่งปันประสบกา รณ์ที่ได้พบเห็น โดยป่าดิบชื้นที่เก่าแก่นี้ มีอยู่หลายระดับซึ่งสามารถมองเห็นได้ในขณะที่คุณกำลังโหนสลิงไป ตามจุดพักสถานีต่างๆ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบการผจญภัยที่ตื่นเต้นและน่าระทึกใจมากนัก ทางบริษัทส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ Treetop Adventure สามารถจัดทัวร์ระยะสั้นให้คุณได้โดยการใช้พื้นยกระดับ หรือ ฐาน 4 ฐานสุดท้ายของการเดินทางแบบเต็มๆ ซึ่งเชื่อมกับสะพานเวหา ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเดินทางด้วยสะพานลอยฟ้า แทนการโหนสลิง
ทั้งนี้ ทางบริษัทยังจะได้นำ 10% ของกำไรจากผลประกอบการ บริจาคเข้าร่วมสมทบโครงการอนุรักษ์ชะนีของไทยอีกด้วย
สนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม เชิญชมเว็ปไซต์ www.treetopasia.com หรือ โทรศัพท์ 089-970-5511.